ดราม่าแม็คโท,เฟร็ดเซฟผีอีกหน! 6 ข้อแมนยูบู่ต่อตามเจ๊าเลสเตอร์ในรัง

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 3 เม.ย. 2565 10:03:15 น. เข้าชม 351 ครั้ง

แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ ราล์ฟ รังนิก ยังสร้างความหงุดหงิดให้กับสาวก อสูรแดง อีกต่อไปเมื่อทำได้แค่เปิดบ้านไล่ตีเสมอ เลสเตอร์ 1-1 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เม.ย.

    ถึงขณะนี้ นับตั้งแต่บุกไปคว่ำ ลีดส์ 4-2 ในเกมลีกช่วงต้นเดือนก.พ.ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันพาทีมคว้าชัยได้แค่นัดเดียวเท่านั้นในเกมลีกเปิดบ้านพิชิต สเปอร์ส 3-2 จากการลงเล่นหกนัดหลังในทุกรายการรวมถึงเกมล่าสุดด้วยซึ่งมีหกประเด็นที่น่าสนใจใคร่พูดถึงดังนี้

 

1.ไม่มี โรนัลโด้ ผีแดง ไม่ชนะ 

 

แม้จะมีอายุ 37 ปีแล้ว แต่ดาวซัลโวสูงสุด 18 ประตูในทุกรายการ (12 ประตูในลีก) ของ ปีศาจแดง ยังมีความสำคัญต่อทีมเสมอ

    หลังจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ป่วยจนไม่อาจลงเล่นกับ เลสเตอร์ ได้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เก็บได้แค่หนึ่งแต้มด้วยการไล่ตีเสมอ สุนัขจิ้งจอก ชนิดหวิดแพ้ไปเหมือนกันหาก เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ ไม่ทำฟาวล์ ราฟาแอล วาราน ซะก่อนจนโดนริบประตูที่เกือบเป็นชัยชนะ 2-1 ของทีมเยือนสำหรับซีซั่นนี้ โรนัลโด้ พลาดลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นนัดที่เจ็ดแล้ว และมีการกางสถิติออกมาแฉว่า ผีแดง ไม่เคยชนะเลยในยามที่ปราศจากดาวเตะเลือดฝอยทองซึ่งพวกเขาเสมอหกนัด และแพ้หนึ่งนัด รวมถึงเกมกับ เลสเตอร์ นี้ด้วย

    ถึงตรงนี้ แฟนบอล ผีแดง จึงต้องรอลุ้นกันให้ดีว่าซีซั่นหน้า โรนัลโด้ จะยินดีค้าแข้งใน โรงละครแห่งความฝัน ต่อไปหรือเปล่าเนื่องจากมีแนวโน้มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆว่า รังนิก จะพาทีมคว้าอันดับท็อปโฟร์ไม่สำเร็จ 

 

2.แม็คโทมิเนย์ รอดใบแดงเหลือเชื่อ

 

หลังจาก แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มแย่ในครึ่งแรก ทำได้แค่เสมอกับ เลสเตอร์ แบบไม่มีสกอร์

    เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่สี่นาที สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็ทำเอาแฟน ผีแดง อกสั่นขวัญหายไปตามๆกันจากจังหวะพุ่งเข้าใส่ เจมส์ แมดดิสัน แบบไม่มีเบรก

    ต่อจังหวะที่ว่า กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ทำบอลหลุดเท้า และปรี่เข้ายันไปที่กองกลางทีมชาติอังกฤษซึ่งปรากฏว่าผู้ตัดสินใจดีเหลือหลายแจกใบเหลืองให้เท่านั้นท่ามกลางการรุมประท้วง และกดดันจากเหล่าขุนพล เดอะ ฟ็อกซ์

    อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่วีเออาร์เห็นพ้องว่าเป็นการทำฟาวล์ที่ยังไม่ถึงขั้นโดนตะเพิด จึงทำให้ แม็คโทมิเนย์ รอดตัว ขณะที่ แมดดิสัน ก็โชคดีที่ไม่บาดเจ็บ

    ถึงอย่างนั้น สื่อทุกสำนักพากันรุมชี้ว่ามิดฟิลด์เจ้าบ้านดวงเฮงสุดขีดที่ไม่ได้ใบแดง รวมถึง แกรี่ เนวิลล์ อดีตกองหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยที่ระบุว่า แม็คโทมิเนย์ โชคดีที่ได้แค่ใบเหลืองทั้งๆที่ยกเท้าสูงใส่ฝ่ายตรงข้าม

    แต่ที่แน่ๆ จากนั้นแค่อึดใจเดียว รังนิก แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ด้วยการตัดสินใจเปลี่ยน แม็คโทมิเนย์ ออกทันทีให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงเล่นแทนเพื่อตัดความเสี่ยงได้ใบเหลืองเพิ่มของฮาร์ดแมนสัญชาติวิสกี้ พร้อมทั้งปรับหมากไปในตัวด้วยเนื่องจาก ผีแดง จำเป็นต้องหาจุดเปลี่ยน ยกระดับเกมให้ได้เพื่อเก็บสามแต้มลุ้นคว้าอันดับท็อปโฟร์ต่อไป

    แต่ในเมื่อลงเอยแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แค่เสมอกับ เดอะ ฟ็อกซ์ ประเด็นร้อนของ แม็คโทมิเนย์ เลยจบลงอย่างที่พอจะเข้าใจได้ หาไม่แล้วหาก ผีแดง ได้สามแต้มขึ้นมา รับรองได้เลยว่างานนี้ต้องมีดราม่าระดับเวทีออสการ์บังเกิดอย่างแน่นอนที่สุด

 

3.หัวหอกที่ชื่อ บรูโน่

 

ด้วยเหตุ แมนฯ ยูไนเต็ด ปราศจาก โรนัลโด้ ที่ล้มป่วย รังนิก จึงวางแผนด้วยการใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพคนสำคัญให้ยืนเป็นหัวหอกบู๊กับ เดอะ ฟ็อกซ์

    มีการตีแผ่ออกมาว่าปรมาจารย์จากแดนไส้กรอกตัดสินใจใช้กลเม็ดเดียวกับเกมบุกไปบู๊กับ แมนฯ ซิตี้ ซึ่ง โรนัลโด้ บาดเจ็บสะโพกพลาดการลงสนามเช่นกันก่อนที่ ผีแดง จะแพ้ยับ 4-1 โดยมี แฟร์นันดส์ ยืนค้ำอยู่ในแดนหน้า

    นอกจากจอมทัพโปรตุกีสแล้ว รังนิก เลือกจัดแผงรุกเกมล่าสุดเหมือนนัดแพ้ เรือใบสีฟ้า เปี๊ยบด้วยการจับ แอนโธนี่ อีแลงก้า กับ เจดอน ซานโช่ เล่นเป็นปีกเช่นกันโดยมี ปอล ป็อกบา สนับสนุนอยู่ตรงกลาง

    เท่านั้นไม่พอ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด ได้เล่นเป็นมิดฟิลด์คู่กันเหมือนเกมแพ้เพื่อนบ้านที่น่ารำคาญอีกด้วย จะต่างไปก็ตรงแผงหลังที่นัดฟัดกับ เลสเตอร์ มี ลุค ชอว์  , ดีโอโก้ ดาโลต์ และ ราฟาแอล วาราน ลงบู๊เป็นตัวจริงก่อนหน้า อเล็กซ์ เตลเลส ,อาร่อน วาน บิสซาก้า และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ 

    แต่หากจะยึดผลลัพธ์เป็นที่ตั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าเกมแพ้ แมนฯ ซิตี้ เนื่องจาก แฟร์นันด์ส สบโอกาสสับไกแล้วถูก แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ปัดออกมา แต่เจ้าบ้านมี เฟร็ด ปรี่เข้าซ้ำตีเสมอได้สำเร็จซึ่งเป็นอีกหนที่กองกลางแซมบ้าช่วยชุบชีวิตต้นสังกัดเอาไว้ได้ในซีซั่นที่ดีที่สุดของเขากับทีมลูกหนังอังกฤษ

 

4.ปอล ป็อกบา แยกย้ายหรือไปต่อ? 

ไม่นานก่อนหน้านี้ ป็อกบา ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเหตุที่เขาโชว์ฟอร์มกับ ปีศาจแดง ได้ไม่ดีเท่ากับทีมชาติฝรั่งเศสน่าจะเป็นเพราะความลงตัวในสไตล์การเล่นเป็นสำคัญ

    กระทั่งนัดล่าสุดที่ได้ลงเล่นให้ต้นสังกัดเป็นตัวจริงเหมือนเคยกับ เลสเตอร์ แต่ไม่มีผลงานที่จับต้องได้ และโดนถอดออกอีกตามเคยในนาทีที่ 75  บีบีซี ได้วิเคราะห์ออกมาว่าดาวเตะเฟรนช์แมนไม่อาจเอาดีกับ พรีเมียร์ลีก ซึ่งเล่นกันด้วยความเร็วสูงได้เนื่องจากเขาเชื่องช้า ต้วมเตี้ยมเกินไปดังจะเห็นว่ามีความเก้งก้างในการคอนโทรลบอล และผ่านบอล

    ด้วยเหตุนี้ สื่อยักษ์จึงชี้ว่าการย้ายออกไปของ ป็อกบา น่าจะดีกว่าสำหรับ ผีแดง แม้สโมสรจะไม่ได้ค่าตัวจากเขาเลยสักแดงเป็นหนที่สอง

    พิจารณาจากความน่าจะเป็น ป็อกบา ส่อแววย้ายทีมตามความต้องการของเอเยนต์อีกรอบเนื่องจากเขายังไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่แม้เจ้าตัวจะยืนยันเสมอมาว่าขอตัดสินอนาคตหลังจบซีซั่นเท่านั้น

    กระทั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศคิวทัวร์ช่วงปรีซีซั่นซึ่งมีการใช้รูป ป็อกบา เป็นนายแบบโปสเตอร์ร่วมกับ โรนัลโด้ และ เตลเลส แฟนบอล ผีแดง ก็พากันมโนว่าบางทีอาจเป็นการส่งสัญญาณจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ว่ามีแนวโน้มที่ ป็อกบา อาจต่อสัญญาก็ได้เนื่องจากสโมสรคงไม่อยากเสียเขาไปแบบฟรีๆ หรือหากจะเสียก็ขอให้ต่อสัญญาก่อนแล้วค่อยย้ายทีหลังคงดีกว่า

    แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ที่จริงแท้แน่นอนกว่านั้นก็คือระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านักเตะอย่าง ป็อกบา ไม่มีทางพา ปีศาจแดง กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้เลย

 

5.คิดถึง ไมเคิ่ล คาร์ริค กันบ้างมั้ย?

 

 หลังจากหายเงียบไปนาน อดีตนายใหญ่ขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ปรากฏตัวในเกมนี้ด้วยการนั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์ของ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

    จากการทำหน้าที่ชั่วคราวแทน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่โดนปลด อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษพาทีมลงเล่นสามนัด ชนะสอง เสมอหนึ่ง แต่ถึงขณะนี้เขายังไม่ได้รับงานคุมทีมไหน แม้เจ้าตัวจะแบะท่าพร้อมรับฟังข้อเสนอก็ตาม

    ขณะเดียวกัน การปรากฏตัวรอบนี้ของ คาร์ริค ทำให้สาวก ผีแดง อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าหากเป็นเขาที่ได้ทำงานต่ออย่างถาวร ไม่ใช่ รังนิก ที่มีผลงานสามวันดีสี่วันไข้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะดิ้นรนกระเสือกกระสนอย่างที่เป็นอยู่หรือเปล่าหนอ?


6.เดอะ ฟ็อกซ์ กระดูกชิ้นโตของ ผีแดง

 

อาจฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่ในระยะหลังมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

    จากสามเกมหลังในทุกรายการที่สองทีมนี้ต่อกรกัน แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ เลสเตอร์ ยันเต

    21 มี.ค.2021 เลนเตอร์ 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด 1 เอฟเอคัพ

    11 พ.ค.2021 แมนฯ ยูไนเต็ด 1- เลสเตอร์ 2 พรีเมียร์ลีก

    16 ต.ค.2021 เลสเตอร์ 4- แมนฯ ยูไนเต็ด 2 พรีเมียร์ลีก

    กระทั่งเกมล่าสุด ปีศาจแดง ก็ไม่ชนะ เดอะ ฟ็อกซ์ เนื่องจากทำได้แค่เสมอ 1-1 ในรังตัวเอง

    และหากจะถอยเวลากลับไปอีกก่อนหน้าฟุตบอลถ้วยน็อคเอาท์  ทั้งคู่ก็บู๊กันในลีกวันที่ 20 ธ.ค.2020 และเสมอกัน 2-2

    ทำไปทำมา มันจึงกินเวลานานสี่นัดเข้าไปแล้วที่ ปีศาจแดง เอาชนะ สุนัขจิ้งจอก ไม่ได้เลยไม่ว่าจะเป็นรายการไหน

    แต่ก็บุญโขแล้วที่พวกเขาไม่แพ้สี่นัดรวดในทุกรายการซึ่งจะเป็นสถิติใหม่สุดบู่ของ ผีแดง ที่มีต่อทีมคู่แข่งรายนี้